
ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้การหารือระหว่างสามสมาคมอสังหาฯ กับฝ่ายนโยบายกระทรวงการคลังเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นจุดสำคัญในการคัดเลือก “3 มาตรการบิ๊กวิน” จากข้อเสนอเดิม 6 ข้อ เพื่อให้เหลือเฉพาะมาตรการที่จำเป็น ทำได้ทันที และมีผลต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว
สามมาตรการหลักที่ถูกคัดเลือก ได้แก่ 1) การขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนองถึงมิถุนายน 2570 พร้อมปรับรูปแบบใหม่ให้ลดเฉพาะมูลค่า 7 ล้านบาทแรกของทุกยูนิต 2) โปรแกรมรวมหนี้ที่เปลี่ยนหนี้ระยะสั้นดอกเบี้ยสูงให้เป็นหนี้ระยะยาวโดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและฟื้นวินัยทางการเงินของครัวเรือน และ 3) ระบบประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยให้ บสย. ค้ำประกัน 20% แรกของวงเงินกู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ธนาคาร โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกหนี้ยังมีภาระหนักใน 4-5 ปีแรก
มาตรการเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นแกนหลักในการรักษาการหมุนของตลาดที่อยู่อาศัย โดยมุ่งช่วยประชาชนที่รับมือกับดอกเบี้ยสูงและต้นทุนรายเดือนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความเสี่ยงในระบบการเงิน และทำให้ผู้มีรายได้ผันผวนหรือผู้เริ่มต้นทำงานสามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ สมาคมยังเสนอให้ผู้ที่เคยค้างชำระเกิน 90 วันแต่ชำระคืนครบแล้ว ควรกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อใหม่ได้ทันที
นอกเหนือจาก 3 มาตรการหลัก ยังมีข้อเสนอระยะยาวที่เตรียมผลักดันต่อไป เช่น การขยายสิทธิการเช่าเป็น 60 ปี การทบทวนอัตราดอกเบี้ยแบบ Risk-based Pricing และการประเมินมาตรการ LTV ร่วมกับธปท. ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนความพยายามร่วมกันของรัฐและเอกชนในการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเลือกมาตรการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกสูงสุดต่อกำลังซื้อ สภาพคล่อง และเสถียรภาพของตลาดที่อยู่อาศัยในอนาคต.
Credit: Thansettakij/26-11-25




