ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญภาวะชะลอตัวจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ การตัดสินใจซื้อที่ยืดเยื้อ และข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง หนี้ครัวเรือนระดับสูง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษายอดขายและสภาพคล่อง ขณะที่มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญที่ควรได้รับการต่ออายุเพื่อช่วยประคองกำลังซื้อและภาคธุรกิจในระยะเร่งด่วน
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ออกไปอีก 1-2 ปี จะช่วยลดภาระผู้ซื้อ เพิ่มโอกาสการตัดสินใจซื้อ และสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ยังได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อผลักดันภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสนับสนุน Thailand Green Economy
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วยการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ รวมถึงมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้าถึงสินเชื่อ เช่น การรวมหนี้ การประยุกต์ใช้แนวคิด Warehouse Debt และการจัดตั้งระบบ Mortgage Guarantee เพื่อช่วยผู้ที่มีศักยภาพในการซื้อบ้านแต่ขาดหลักประกัน นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายและสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดกำลังซื้อและการลงทุนจากชาวต่างชาติ

Source: Thansettakij
ภาคเอกชนมองว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สามารถสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันการลงทุนภาครัฐได้ในระดับหนึ่ง โดยให้คะแนนการทำงานช่วงเริ่มต้นที่ 6.5-7 จาก 10 คะแนน อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อยังอ่อนแอ หนี้ครัวเรือนสูง และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อยังเกิน 40% ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวได้จำกัด จึงต้องการเห็นมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม ทั้งการเร่งลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ และการสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่จากทั้งในและต่างประเทศ
Credit: Paranee K/Thansettakij/12-06-26





