เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2568 นาย อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ทื่เป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อ วันที่ 8 เม.ย.2568 เพื่อส่งเสริมการซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับมาตรการดังกล่าว มีหลักเกณฑ์ และ เงื่อนไข โดยสรุป สำหรับการซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์ หลักๆ ดังนี้
- ลดค่าโอน: จาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน
- ลดค่าจดจำนอง: จาก 1% เหลือ 0.01% ของวงเงินจำนอง
- ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ชั่วคราว
- มาตรการครอบคลุมเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท
- วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท/สัญญา
- รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม (ทั้งมือ 1 และ มือ 2 )
- มีผลบังคับใช้ (ชั่วคราว) ตั้งแต่ 22 เม.ย.2568 - 30 มิ.ย. 2569
- ให้สิทธิกับผู้ซื้อ ที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นว่า มาตรการลดค่าโอนฯ มีประโยชน์กับผู้ซื้อบ้านช่วงนี้อย่างไร และช่วยประหยัดเงิน ณ วันโอนฯที่อยู่อาศัย ได้มากน้อยแค่ไหน เราสรุปเปรียบเทียบตัวเลข ค่าโอนฯ จดจำนอง แบบปกติ กับ แบบที่มีมาตรการส่งเสริม ในแต่ละกลุ่มราคาที่อยู่อาศัย (ไม่เกิน 7 ล้านบาท) มาให้พิจารณา ดังนี้

Source: Thairath
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถต้านทานปัจจัยลบ ทั้งเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงนโยบายภาษีตอบโต้ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็ตาม ในทางกลับกัน จะช่วยประคับประคองไม่ให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทรุดลงไปมากกว่านี้ ที่สำคัญ ได้ช่วยระบายสต๊อกที่มีอยู่ให้ลดลง
โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตัวเลขไตรมาส 4 ปี2567 ที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายสูงถึง 215,800 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.2% มูลค่า 1,313,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทุกระดับราคา คาดใช้เวลาในการขาย 49 เดือน ตามการสำรวจของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

Source: Department of Lands
ด้านแหล่งข่าวจากกรมที่ดินระบุว่ากรมที่ดิน พร้อมให้บริการประชาชนที่มาใช้บริการตามมาตรการดังกล่าว เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป
Credit: Thairath/22-04-2025, Thansettakij/22-04-2025



