Source: Pixabay
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากกว่าราคา อสังหาริมทรัพย์แนวสุขภาพและรักษ์โลกจึงกลายเป็นกระแสที่มาแรง สวนทางกับภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงชะลอตัว
ท่ามกลางภาวะชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในไทย เทรนด์ใหม่อย่างอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Real Estate) และความยั่งยืน (Sustainability) กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงและใส่ใจในคุณภาพชีวิต ทั้งนี้แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่เริ่มกลายเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกที่อยู่อาศัย
โครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายแห่งเริ่มนำเสนอแนวคิดการอยู่อาศัยแบบองค์รวม เช่น การใช้ระบบกรองอากาศคุณภาพสูง ระบบสมาร์ทโฮม และการจัดพื้นที่สีเขียวให้กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเสนอบริการด้านสุขภาพครบวงจร เช่น ห้องออกกำลังกาย โยคะ สปาส่วนตัว และบริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้า

Source: Pixabay
นอกจากด้านสุขภาพแล้ว กระแสอาคารสีเขียวก็มาแรงไม่แพ้กัน โดยมีทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น โครงการ “Green Bangkok 2030” และการลงทุนขนาดใหญ่จากเอกชน เช่น เซ็นทรัลพัฒนาและวัน แบงค็อก ที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลอย่าง LEED, TREES และ Fitwel รวมถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ลดคาร์บอน
แนวโน้มนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากความต้องการของผู้บริโภค โดยผลสำรวจจาก SCB EIC ระบุว่าเกือบ 90% ให้ความสำคัญกับวัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกว่า 60% โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับบ้านที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาที่สามารถตอบสนองต่อคุณค่าชีวิตในมิตินี้จะได้เปรียบในตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่อย่างแท้จริง
Credit: Thansettakij/14-07-2025



